วันเสาร์, ตุลาคม 1, 2022
Travel

4 วัน 3 คืน (เที่ยวญี่ปุ่นแบบคนมีเวลาน้อย) WAKAYAMA, KYOTO, KOBE, OSAKA

ญี่ปุ่นครั้งนี้ครั้งนี้เป็นการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งที่สองของผม เป็นการเดินทางที่สนุกสุดๆ เพราะการเดินทางของเราแพลนกันน้อยมาก <เฮ้ย!!แพลนน้อยทำไมสนุก> ผมมีแค่ตั๋วเครื่องบิน จองที่พักและตั๋วรถไฟ นอกนั้นจะไปไหนทำอะไรบ้างก็คิดกันสดๆหน้างานเลยครับ ผมว่าบางครั้งการออกเดินทางของเรา ไม่จำเป็นต้องแพลนมากมาย แค่มีเพื่อนร่วมทางที่ดี รู้ใจ ไปที่ไหนก็สนุก ทริปนี้เราจะเน้นเดินเที่ยวถ่ายรูปไปเรื่อย ตกเย็นเราจะกินบุฟเฟ่เนื้อกันทุกวัน สายเนื้อบุฟเฟ่รอตามได้เลยครับ

มุมมหาชนเมือง KYOTO
ซากุระบานริมแม่น้ำ KAMO เมือง KYOTO
วิวยามค่ำคืนที่ KOBE
นั่งรถไฟสายเหมียว น่ารักสุดๆ ที่ WAKAYAMA

ตามภาษาคนมีเวลาน้อย เภสัชกรผู้หลงรักคนไข้ เอ้ย!!รักการเดินทาง มีเวลาเที่ยวแค่ 4 วัน สำหรับเวลาของไฟลท์บินถือว่าเป็นหนึ่งปัจจัยที่คนมีเวลาน้อยต้องเลือก ผมเดินทางโดยใช้บริการของสายนกสกู๊ต (NOKSCOOT) บินตรงจากสนามบินดอนเมืองสู่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า บินในไฟลท์ดึกเวลาดีประมาณ 5 ทุ่มของไทย เพื่อไปถึงโอซาก้าประมาณ 8 โมงเช้าแล้วเราจะได้เริ่มเที่ยวกันได้เลยครับ ไม่เสียเวลา ด้วยเวลาที่มีน้อยการไปญี่ปุ่นครั้งนี้สถานที่อาจจะไม่ครบตาม Landmark หลักๆที่เค้าไปกัน แต่รับรองว่าเที่ยวตามผมสนุก ได้รูปสวยๆ ได้กินแบบจัดเต็มตามฉบับคนมีเวลาน้อยแน่นอน

สายการบิน NOKSCOOT โบอิ้ง 777- 200 ลําใหญ่
ที่นั่่งกว้างมากมาย

ผมขอเล่าให้ฟังถึงการเดินทางโดยสายการบินนกสกู๊ตหน่อย นกสกู๊ตมีเที่ยวบินตรงจากสนามบินดอนเมืองสู่สนามบินคันไซ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น 6 เที่ยวบิน/สัปดาห์ การันตีความสบายและคุ้มค่าในคอนเซ็ปต์ “บินไกล สบายกว่า ราคาคุ้ม” เพราะนกสกู๊ตใช้เครื่องบินโบอิ้ง 777- 200 ลําใหญ่ เป็นที่นั่งแบบ 3-4-3 ห้องโดยสารกว้างขวาง สามารถจุผู้โดยสารได้ถึง 415 ที่นั่ง และได้รับการรับรองความปลอดภัยในมาตรฐานระดับโลก ที่นั่งชั้นประหยัดของนกสกู๊ต โดดเด่นกว่าสายการบินราคาประหยัดทั่วไป สามารถเหยียดขาได้ยาว ไม่ต้องกลัวเข่าชนเบาะ อ้วนอย่างผมนั่งสบาย แล้วจะบินไกลขนาดไหนก็ไม่ต้องกลัวหิว เพราะ NokScoot Café พร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อย โดยแนะนําเมนู Pre Order ชุดอาหารอุ่นร้อน ท่านสามารถสั่งล่วงหน้าภายใน 48 ชั่วโมงก่อนบิน ผ่านทางเวปไซค์เท่านั้น แม้จะเป็นไฟท์บินตอนกลางคืนไม่อยากกินดึกกลัวอ้วน เราสามารถเลือกรับประทานอาหารในช่วงเช้าได้ เพียงแค่แจ้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินครับ

จองตั๋วเครื่องบินไปในราคาสุดคุ้มได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ผ่านทาง www.nokscoot.com

ผมไปเมืองไหนบ้างหรอ ก็ 4 เมืองหลักๆใกล้เมืองโอซาก้าที่ผมบินลงแล้วใช้  kansai wide pass 5 วัน 9000 เยน (2560บาท) เป็นหลักในการเดินทางไป WAKAYAMA, KOBE, KYOTO และ OSAKA โดยซื้อจากไทยไปเลย ได้ใบจริงไม่ต้องไปต่อแถวที่ญี่ปุ่นครับ ส่วน sim card ผมใช้ sim2fly จาก AIS เน็ตโรมมิ่ง 4G/3G แบบ Non-Stop ความเร็วสูงสุด 6GB นาน 8 วัน ราคา 399 บาท เร็วแรงไม่ติดขัดครับ

KANSAI WIDE AREA PASS

มาดูกันต่อว่าเราไปสถานที่ไหนมาบ้าง

DAY#1

>>สถานีแมวเหมียว Kishi station 

>>Wakayama Castle

>>ตลาดปลา Wakayama Kuroshio Fish Market

>>บุฟเฟ่เนื้อร้าน One Dining ใกล้สถานี Nishi-Ohashi Station

DAY#2

>>Sanomiya ย่านช๊อปปิ้งเมือง KOBE

>>Nankinmachi หรือไชน่าทาวน์นานกิงมะชิ

>>ศาลเจ้าอิคุตะ Ikuta Shrine

>>โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์ และห้าง Umie Mosiac

>>บุฟเฟ่เนื้อย่างร้าน YAKINIKU ROKKO

DAY#3

>>เดินเล่นริมแม่น้ำ Katsura river

>>ป่าไผ่ Arashiyama

>>เดินเที่ยวย่าน Gionและชมซากุระริมน้ำคาโมะ

>>ย่าน Higashiyama เจดีย์ Yasaka Pagoda

>>เดินช๊อปปิ้งย่านดงทงบุริ ชินไซบาชิ

>>บุฟเฟ่ต์ ชื่อร้าน Tajimaya DX Shin Sai Bashi 

DAY#4

>>เดินทางกลับบ้าน

นั่งรถไฟจากสนมบินคันไซมาลงที่สถานี WAKAYAMA

นั่งรถไฟจากสนามบินคันไซไปสถานี Wakayamashi Station แต่เรามากันแต่เช้ายังเข้าที่พักไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่สถานี Wakayamashi มีตู้รับฝากกระเป๋าตู้ใหญ่ก็ 700 เยน เสร็จแล้วก็เริ่มทริปกันได้ทันที

LOCKER ฝากกระเป๋า

โดยมีจุดมุ่งหมายคือสถานี Kishi ที่นี่มีอะไรทำไมถึงต้องนั่งรถไฟมาลงที่นี่ด้วย ทำไมจากสถานีรถไฟธรรมดาๆก็หลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องไปหา ก็เพราะว่าที่ Kishi station มีแมวเหมียวเป็นนายสถานีนั่นเอง

การเดินทาง จากสถานี JR Wakayama Station ชานชาลาหมายเลข 9 ตามสติ๊กเกอร์รอยเท้าแมว ไปได้เลยครับ

“รถไฟสายแมวเหมียวทามะ” สถานี Kishi สถานีรถไฟที่ถูกสร้างเป็นหน้าแมวเหมียว (Tama Super station master) เพราะมีนายสถานีเป็นเจ้าเหมียวสามสีตัวบึ้ม ชื่อว่า “ทามะ”  (Tama) เหล่าทาสแมวทั้งหลาย ต้องชอบแน่นวล ไฮไลต์อยู่ที่ภายในสถานี รวมถึงขบวนรถไฟของที่นี่ ต่างถูกตกแต่งไปด้วยการ์ตูนน้องเหมียวทามะสุดน่ารัก และถ้าเหล่าทาสแมวยังฟินกันไม่พอ ภายในสถานทียังมีคาเฟ่เล็กๆ ให้ได้จิบเครื่องดื่ม ท่ามกลางน้องเหมียวทามะรายล้อม ตะมุตะมิสุดๆไปเลยครับ

หลังจากเต็มอิ่มกับความน่ารักของเจ้าเหมียวทามะ เราก็นั่งรถไฟเส้นทางเดิมกลับมาสถานี JR Wakayama Station เที่ยงแล้วเราหาอะไรทานกันก่อนที่สถานีเลย เราเจอราเมงเจ้านึงอยู่ชั้นล่างของสถานีติดห้องน้ำคนเยอะเลยครับ น่าจะอร่อย เข้าไปจัดคนละชามอิ่มสบายเดินทางต่อได้

จุดมุ่งหมายต่อไปคือ Wakayama Castle เราใช้วิธีเดินระยะทางจากสถานีวาคายามะถึงปราสาทประมาณ 2.5 กิโลเมตรเดินก็ประมาณ 30 นาที มาญี่ปุ่นทั้งที่เดินเที่ยวไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะอากาศดีฟ้าก็สวยระหว่างทางเดินไปปราสาทเราเลยแวะถ่ายรูปกันไม่หยุดจากครึ่งชั่วโมงเวลาผ่านไปจะเป็นชั่วโมงแล้วยังเดินไม่ถึง 555+

เดินมาถึงปราสาทวาคายามะเราเดินเข้าประตูด้านข้างมาเจอกับคุณลุงขายมันเผา อากาศเย็นๆกินมันเผาน่าจะอุ่นอร่อยจัดซักหน่อย กินแล้วอร่อยมาก เป็นมันที่หวานมากๆเลยครับ

เดินขึ้นมาจุดชมปราสาทจุดนี้สามารถมองเห็นตัวปราสาทและบริเวณรอบๆปราสาทได้กว้างมาก เป็นอีกมุมถ่ายรูปที่ควรขึ้นมาถ่ายเลยครับ

จากชุดชมวิวมุมสูงเราเดินต่อเพื่อเข้าชมปราสาทกันโดยเสียค่าเข้าชมคนละ 400 เยน

ปราสาทวากายามะ(Wakayama Castle)เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของเมืองวากายามะ ตั้งอยุ่บนเนินเขา ภายในมีส่วนประกอบต่างๆตามรูปแบบของปราสาทดั้งเดิมเอาไว้อยู่หลายส่วน ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ทีหลัง แต่ก็เน้นที่ความคล้ายคลึงกับของเดิม เช่น ตัวหอคอยปราสาทเป็นการสร้างขึ้นใหม่เพราะหอคอยเดิมถูกทำลายไปในช่วงสงครามกลางเมืองไปแล้ว มีคูน้ำและสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบ

ใต้ต้นซากุระหน้าทางเข้าปราสาท WAKAYAMA
วิวจากบนปราสาท WAKAYAMA
สวนด้านนอกปราสาท WAKAYAMA

จากปราสาทวาคายามะ เรานั่งแท๊กซี่รถต่อไปที่ตลาดปลา Wakayama Kuroshio Fish Market ที่ต้องนั่งรถแท๊กซี่เพราะว่าต้องไปให้ทันบ่าย 3 โมง หนึ่งวันจะมีโชว์การแสดงแร่ปลา 3 รอบ 11.00, 12.30, 15.00 น. ดูฟรี!!! เพราะฉะนั้นเลยต้องรีบนิดนึง แต่คิดดูแล้วค่าแท็กซี่กับค่ารถบัสพอกันเลยครับ

Wakayama Kuroshio Fish Market เป็นตลาดปลาแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารทะเลสดจากอ่าว Wakaura

โชว์แร่ปลา Wakayama Kuroshio Fish Market
โชว์แร่ปลา Wakayama Kuroshio Fish Market

เมื่อดูโชว์เสร็จ เราสามารถเลือกซื้อปลา ของสดต่างๆ มีแบบเสียบไม้ให้ด้วย จัดเป็นจาน เป็นชุดให้ก็มี รวมทั้งมีผัก เห็ด สาระพัด และข้าวปั้น ชอบอันไหน ถูกใจราคาไหนก็หยิบใส่ถาดเดินเลือกมาเรื่อยๆพอถึงทางออกก็จะมีแคชเชียร์ คอยคิดเงินและให้จานพลาสติกเรามา เสร็จแล้วก็ทั้งหอบ ทั้งหนีบของที่ซื้อเดินออกมาประตูด้านข้างๆ จะเจอที่นั้งที่สำหรับบาร์บีคิว ปิ้งย่าง เรียงกันกันเป็นแถว ชอบมุมไหน ซอกไหน ก็นั่งได้เลย พอวางถาดลงจะมีพนักงานเดินมาติดเตาไฟให้ มีขวดน้ำจิ้มวางไว้ให้ฟรีทุกโต๊ะ และอาหารอย่างอื่นที่ซื้อในตลาดนี้ก็เอามาปิ้งย่างได้เช่นกัน

อาหารซื้อมาปิ้งย่างฟรี!!
อาหารซื้อมาปิ้งย่างฟรี!!
มุมถ่ายรูปด้านข้างตลาดติดกับทะเล

อิ่มจากตลาดปลา เราเดินทางกลับสู่สถานี WAKAYAMASHI เพื่อเดินทางเข้าที่พัก ขากลับเราไม่เดินแล้ว นั่งรถบัสกลับ ขึ้นได้ที่บริเวณหน้าตลาดเลยครับ

รถบัสกลับสถานี WAKAYAMASHI

ที่พักของเราชื่อ Casa Kyobashi อยู่ใกล้กับสถานี Kyobashi ที่พักอยู่ห่างจากสถานี ไม่กี่ร้อยเมตรก็เลยสะดวกมากเรื่องอาหารการกินห้องพักราคาไม่แพงแถมสะอาดมากด้วย

หลังจากเข้าที่พักเก็บของเรียบร้อย จากตอนแรกที่ผมเกริ่นไว้ว่า ทุกเย็นเราจะกินบุฟเฟ่เนื้อย่าง ร้านที่เราจะพาไปอยู่ไม่ไกลจากที่พัก นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปลงสถานี Nishi-Ohashi Station แล้วเดินต่ออีก 5 นาทีก็ถึงร้าน One Dining คือเนื้อดีมากสั่งได้ไม่อั้นมีเวลากิน 90 นาที ของหวานก็อร่อยหน้าตาสวยงาม

พิกัด GPS: https://goo.gl/maps/3CpudUNQcfQa2n8k9

เช้าวันที่ 2 เริ่มกันสายหน่อย เที่ยวแบบสายชิลแพลนไม่มี หาของกินกันก่อนที่ใกล้ๆที่พัก ตู้กดแบบสุ่มๆเสี่ยงดวงว่าจะได้กินอะไรเช้านี้ 555+

ตู้เสี่ยงดวงเช้านี้ ดูสิว่าจะได้กินอะไร

DAY#2 วันนี้เราจะเดินทางไปไกลหน่อยไปถึงเมือง KOBE ระยะทางไกลแต่การเดินทางที่ญี่ปุ่นสะดวกมากมาย เราจะนั่งรถไฟไปลงสถานี shin kobe station เพื่อเริ่มต้นวันที่ 2 ของเราที่เมือง KOBE

ลงจากรถไฟเราซื้อตั๋ว city loop kobe ซื้อได้ที่ชั้น 1 ของสถานี มีจุดจอดรถถึง 17 ผ่านตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของโกเบเราซื้อเป็นตั๋วแบบวันเดย์พาสไม่จำกัดเที่ยวใน 1 วัน ราคา 660 เยน ส่วนตั๋วแบบเที่ยวเดียวเที่ยวละ 260 เยน

ตั๋ว city loop kobe
หน้าตารถ city loop kobe

ถึงที่แรกคือย่าน Sanomiya เป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ของโกเบเป็นถนนช้อปปิ้งสายยาวเดินสบายช้อปกระจาย แต่ถ้าใครไม่ใช่ขาช้อปย่านนี้ก็น่าเดินอยู่ดีด้วยถนนหนทาง ร้านค้า คาเฟ่ในย่านนี้ก็ตกแต่งสวยงามมีสไตล์บรรยากาศจะคล้ายๆยุโรปเลยเดินถ่ายรูปเล่นเพลินมากๆ

ย่าน Sanomiya

จากย่าน Sanomiya สามารถเดินยาวไปจนถึงย่าน Nankinmachi หรือไชน่าทาวน์นานกิงมะชิ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าไชน่าทาวน์เพราะฉะนั้นบรรยากาศก็เป็นจีนๆบ้านเรือนอาหารจีนขอบอกว่าอาหารจีนที่นี่รสชาติอร่อยด้วย เป็นแหล่งรวมหนุ่มสาวญี่ปุ่นพากันมาหาของกินกันเยอะมากเลยครับ

ของกินที่นี่ก็เยอะมากเป็นอาหารจีนหลกหลาย ร้านไหนคนเยอะก็ต่อคิวกันยาวเลยทีเดียวกว่าจะได้กิน แต่แลกกับของอร่อยก็ยอมครับ

ว่าถึงเรื่องมุมถ่ายรูปที่นี่ก็สวยหลายมุมเลย เหมือนเป็นอีกหนึ่งมุมมองของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

ราเมงอีกหนึ่งร้านที่รถชาติต่างจากราเมงทั่วไป น้ำข้นๆเหมือนผสมไข่อร่อยเหมือนกัน ร้านอยู่ในย่าน Nankinmachi ชื่อร้าน TENKAIPPIN RAMEN ปล.หมูผัดกิมจิอร่อย

ศาลเจ้าอิคุตะ Ikuta Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งเมืองโกเบอายุกว่า 1,800 ปี ใครอยากขอพรเรื่องความรักความสัมพันธ์ใครอยากมีแฟนหรือรักกับแฟนนานๆก็มาขอพรกันได้นะจ๊ะสามารถเดินมาได้ไม่ไกลจาก Nankinmachi

ออกจากศาลเจ้าเรานั่ง City loop ไปที่โกเบ พอร์ท ทาวเวอร์ เราตั้งใจว่าจะไปที่นี่ในช่วงเย็นๆเพราะหอคอยจะเปิดไฟสวยและฝั่งตรงข้ามของโกเบ พอร์ท ทาวเวอร์มีห้าง Umie Mosiac และชิงช้าซึ่งก็จะเปิดไฟสวยในตอนกลางคืนเหมือนกัน

ตกเย็นเราก็ตามหาบุฟเฟ่เนื้อกันต่อ 555+ มาถึงโกเบแล้วสำหรับหลายๆคนอาจมีเป้าหมายมาช้อปปิ้ง แต่พวกเรานั้น เนื้อโกเบเท่านั้นที่ฝันหา จริงๆที่โกเบก็มีร้านยอดฮิตอย่างสเต๊กแลนด์ แต่สายกินโหดอย่างพวกเราต้องหาบุฟเฟ่ต์เท่านั้น!!! เราไม่ได้หาร้านมาก่อนกะมาหาเอาดาบหน้าจนมาเจอร้านนี้ YAKINIKU ROKKO ร้านบุฟเฟ่ต์เด็ดดวงต้องขึ้นไปชั้น 2 ของตึกเกือบจะหาไม่เจอแล้วไม่งั้นต้องร้องไห้แน่เพราะเนื้อร้านนี้ดีมากแถมน้ำจิ้มก็อร่อยถูกปากคนไทยแน่นอน จบวันที่ 2 ด้วยบุฟเฟ่เนื้อย่างเช่นเดิม

DAY#3 วันนี้เราจะนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองยอดฮิตแต่ปฎิเสธไม่ได้ที่จะไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเกียวโต เมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ของญี่ปุ่น เราลงรถไฟที่สถานี Saga-Arashiyama และใช้วิธีเช่าจักรยานขี่เที่ยววิธีนี้สนุกดีนะคะชิลมากๆอากาศที่นี่ดีสุดๆเหมาะกับการขี่จักรยาน ราคาเช่าจักรยานคันละ 1,000 เยน เราจะไปป่าไผ่ ARASHIYAMA และเดินเล่นริมแม่น้ำ Katsura river

เช่าจักรยานปั่นเพื่อความชิล

เราจอดจักยานแล้วเดินเล่นริมแม่น้ำ Katsura river อากาศโคตรดี นั่งชิลมากๆเลยครับ

หลังจากเดินเล่นหาร้านของหวานกินหน่อย แถวๆนั้นเลยครับ ร้านมีเยอะมาก

ช่วงที่ผมไปแอบมีซากุระเริ่มบานแล้วนิดหน่อย กดชัตเตอร์มุมไหนก็สวยงามไปหมด

มาถึงที่นี่แล้วไม่ไปป่าไผ่ Arashiyama คงไม่ได้ แต่มาจนสายคนเยอะมากมาย ถ่ายมุมตรงไม่ได้ถ่ายด้านข้างก็ได้ ยืนนิ่งๆทำให้คนอื่นเบลอๆภาพก็สวยไปอีกแบบ

ที่นี่เป็นที่นิยมของวัยรุ่นญี่ปุ่นที่แต่งกายด้วยชุดประจำชาติมาถ่ายรูปกันมากมาย

คืนจักรยานเรียบร้อยเราเดินทางต่อไปที่ย่าน Gion ย่านที่โด่งดังมากของเมืองเกียวโตเป็นย่านเมืองเก่าสาวๆหนุ่มๆใส่กิโมโนเดินทั่วเมืองสวยงามมาก 

เดินออกมาจากย่าน GION ริมน้ำ KAMO เป็นแนวต้นซากุระ ตอนผมไปเริ่มบานแล้ว สวยงามสุดๆไปเลยครับ

จุดหมายต้องมาก็คือ วัดคิโยมิสึหรือวัดน้ำใสนั่นเองแต่รอบนี้เราไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปด้านในเพราะว่าวัดยังปรับปรุงไม่เสร็จมีกำหนดเสร็จมีนา 2020

ให้เดินเล่นทั้งวันก็ยังไม่เบื่อถ่ายรูปสวยทุกซอกทุกมุม ผมเดินต่อไปยังย่าน Higashiyama เจดีย์ Yasaka Pagoda ไปถ่ายมุมมหาชนกันครับ

Yasaka Pagoda
Yasaka Pagoda
Yasaka Pagoda

หลังจากมืดแล้วเราเดินทางเข้าสู่เมือง OSAKA วันนี้วันสุดท้ายแล้วมาช้อปกันที่ย่านดงทงบุริ ชินไซบาชิ ตามหาภาพกุลิโกะกันครับ

มือเย็นวันสุดท้ายยังคงคอนเซ็บบุฟเฟ่เนื้อ วันนี้เราจะจัดเป็นชาบูเนื้อกัน ชื่อร้าน Tajimaya DX Shin Sai Bashi พิกัด https://goo.gl/maps/478GPkVDXXH2 อยู่ตึกเดียวกับ H&M เลยด้านข้างจะมีลิฟท์กดขึ้นไปที่ชั้น 6 ใครกินจุร้านนี้ค้มจริงๆจนคนแถวนี้ยอมยกธงกันเลย 5555

DAY#4 วันกลับแล้วคร๊าบบบ เราบินกลับไฟลท์เช้าเลยครับประมาณ 9 โมงเช้า ถึงกรุงเทพบ่ายๆได้พักผ่อนก่อนไปทำงานวันต่อไปตามชีวิตมนุษย์เงินเดือนเวลามีน้อย

จบแล้วครับทริปญี่ปุ่นแบบแพลนน้อย 4 วัน 3 คืน แบบบุฟเฟ่เนื้อทุกเย็นๆ 555+ หวังว่าเพื่อนที่อ่านมาถึงจุดนี้จะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามเภพาเที่ยว

ฝากติดตามช่องทางต่างๆของเภพาเที่ยวได้ที่

www.phephatiew.com

www.facebook.com/phephatiew

https://www.instagram.com/phephatiew/

1 Comment

Leave a Response